Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

Posted in Uncategorized | 1 Comment

มาอัพเดทบลอกหน่อย

คืออยากจะบอกว่าไม่ได้เขียนบลอกมานานเนื่องจากงานที่รุมเรา อย่างรุนแรง จนต้อง รุมโทรม เอ้ย โทรม งานช่วงนี้เครียดมากๆครับเหนื่อยด้วยคับ
ไม่ได้ไปถ่ายภาพมา สองอาทิตย์แล้วหงุดหงิดมากเลย ถ้าหากใครอยากไปถ่ายภาพ กรุณาติดต่อมาได้เลยนะครับ
Posted in Uncategorized | 1 Comment

อัพ Blog สักหน่อย

ไม่ได้อัพบลอกมาสะนานเลยไม่รู้จะเขียนอะไรก็คงต้องเขียนเรื่องประสบการณ์การได้ไปถ่ายงานแต่งงานของเพื่อนสมัยเรียน ปวส. งานแต่งงานวันนี้นเหมือนกับงานเลี้ยงรุ่นไปในตัวเลย
แล้วเราก็ไปเป็นช่างภาพ(ไม่ได้)รับเชิญอ่ะ ต้องไปขโมยไฟเขา อ่ะเพราะไม่มีอุปกรณ์อะไรเลยมีแต่กล้องกะเลนส์
เชิญทัศนาได้ที่
 
http://thanacha.multiply.com/photos/album/48 เห็นงานเขาแล้วนึกถึงงานของเราอ่ะจะเป็นไงนี่
 
ปล.ท่านใดสนใจจ้างผมไปถ่ายงานมงคล หรือ งานใดๆๆ ติดต่อได้ที่ thanacha@hotmail.com คร้าบบบบบบบบบบบ
Posted in Uncategorized | 2 Comments

เส้นทางสู่ ปาย – ปางอุ๋ง – ห้วยน้ำดัง

วันที่ 1 ออกเดินทาง – ปาย
 
    และแล้วก็ถึงที่ต้องเที่ยวกันอีกแล้วซึ่ง Trip นี้เราเดินทางไปทางตอนเหนือของประเทศไทย ซึ่งเป้าหมายของเราก็คือสายหมอกและอากาศเย็นยามเช้า การเดินทางเราเดิน
ทางวันที่ 1 ธันวาคม 2549 เวลา 6.30 น. เดินทางไปถึงเชียงใหม่ เวลา 5.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) แล้วเราก็ผลัดเวรขับรถ แล้วมุ่งหน้าสู่พระธาตุดอยสุเทพ
ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญทุกครั้งที่ไปภาคเหนือ(พูดอย่างกับไปมาหลายครั้งแล้ว) เพื่อไปสักการะองค์พระธาตุ จากนั้นเราก็ลงมาจากดอยสุเทพแล้วมุ่งหน้าไปรับประทาน
ข้าวซอยลำดวนซึ่งเขาจะย้ายร้านใหม่แล้ว(อย่าสั่งข้าวมันไก่ ข้าวหมูย่าง นะ เพราะเขาทำมาเหมือนข้าวพระพุทธเลย) จากนั้นก็ตาลีตาลานออกจากเชียงใหม่มุ่งตรงสู่
แม่ฮ่องสอนโดยคืนแรกเราแวะนอนที่ปายก่อน(เนื่องจากเวลาที่จะเดินทางไปปางอุ๋งไม่พอ) ที่ปางอุ๋งสวยมากบรรยากาศดี อากาศหนาว แต่อาหารแพงมากและค่ากางเต็นท์
แพงสุด ๆ เราได้ไปเดินถนนคนเดินบรรยากาศดี และ แวะซื้อโปสการ์ดร้านที่อยู่หน้าอำเภอ ที่ร้านนั้นเจ้าของอัธยาศัยดีมาก ๆ ออกแล้วติ๊ด(แตก) ทั้งผัวทั้งเมียเลย
เราซึ้อแล้วก็ส่งให้เพื่อนๆ ที่อยู่ที่กรุงเทพ (ใครไม่ได้รับไม่ต้องโกรธนะ) จากนั้นก็เดินไปเรื่อยๆ ไปซื้อกะติมกินแพงมากโคนแล้วมีกะติม 1 สคูป 49 บาท Swensen
ยังถูกกว่าเลยเฮ้อ จากนั้นเราก็ตะลุยกินไปเรื่อย ๆ แล้วก็กลับไปนอนเพื่อรอไปถ่ายภาพยามเช้าที่ปายกัน
 
วันที่ 2 เดินทาง ปาย – ปางอุ๋ง
      ในวันที่สองเราตื่นแต่เช้าตรู่ เพื่อไปสัมผัสหมอก และ ความหนาว เราไปถ่ายภาพหมอกริมแม่ปาย โหยหมอกสุด ๆ (แถมปวดขี้สุด ๆ ด้วย) ถ่ายกันอยู่นานมาก
แล้วเราก็หาโจ๊กกิน โจ๊กหมู + ไข่ ราคา 25 บาท แล้วก็เดินซื้อหมูทอด มากินเผื่อให้ท้องมันเต็ม จากนั้นก็กลับไปเก็บเต้นท์แล้วก็เดินทางไปปางอุ๋งกัน จากปายไปปางอุ๋ง
ระยะทางไม่เท่าไหร่แต่เราใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมงเพราะทางที่ผ่านมีแต่ โค้งเต็มไปหมด เราหมดสติเป็นลมนอนไปตลอดทางเลย(ข้ออ้างอิอิ) พอไปถึงปางอุ๋งเรา
ก็กางเต้นท์แล้วก็เริ่มเดินเล่นไปเรื่อย ๆ ที่ปางอุ๋งไม่มีอะไรมากเพราะเรารอตอนเช้า เราเข้านอนตอน 3 ทุ่ม
 
วันที่ 3 กลับจาก ปางอุ๋ง มุ่งสู่ ปาย แล้ว กลับไป ห้วยน้ำดัง
 
     วันนี้เราตื่นแต่เช้าไปดูหมอกเพราะเราจองแพล่องในอ่างเก็บน้ำด้วย อากาศสวยสุด ๆ เราล่องแพงไปทั่วอ่างเก็บน้ำ เพื่อไปดูหงส์ขาว และ หงส์ดำ (ขาดหงส์แดง) สวยมาก
มีอยู่ทั้งหมด 4 ตัวเชื่องมาก ว่ายน้ำหนีแพเราตลอดเราถ่ายภาพมาได้ไม่ดีเนื่องจากเลนส์เขาเรามันว๊าย วายด์ สะ เซ็งเลย  หลังจากล่องแพดูหงส์ ดมน้ำ ชิมบรรยากาศแล้ว
เราก็เดินทางออกจากปางอุ๋ง อ่อที่นี้ชาวเขาเลี้ยงหมูเอาไว้ มันเดินอยู่ในหมู่บ้านเหมือนกันหมา (มันจะรู้ตัวไหมว่ามันเป็นแหล่งโปรตีนของชาวบ้าน) เดินกันให้เพ่นพ่าน
เราเดินทางมาถึงห้วยน้ำดังเวลา บ่าย 3 โมง สัมผัสแรกที่รุ้สึกคือลมหนาวที่พัดมาปะทะร่างกาย  บรึ๊ยส์….หนาว ขนลุก อย่างอื่นหดหมด(หมายถึงขาและแขนนะ) เรารีบกางเต้นท์
และจองที่กางเต้นท์ให้คนอื่นๆ ในก๊วนด้วย ที่ห้วยน้ำดังอาหารราคาไม่แพงมาก เราเจอผู้หญิงอยู่คนนึง เราทักเขาแล้วบอกเขาว่าเรามาจากกรุงเทพ แล้วเขาก็บอกว่าเขามาจากเชียงใหม่ หา เชียงใหม่ มาทำไมเนี่ยห้วยน้ำดัง ไม่เคยมาหรอ เรางงจิง เขาบอกว่าเขามาครั้งแรกด้วย(กำ แก่จนผีจะเรียกเพื่อนอยู่แล้วเพิ่งมาห้วยน้ำดัง) แหมไอ้เราก็นึกว่าจะให้ช่วยเป็น
ผู้นำทางให้ดันเพิ่งมาครั้งแรกเซ็งเลย เราเดินไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดิน แล้วก็กลับมากินข้าวจากนั้นกระดกวอดวายเอ้ย ว๊อดก้าไปสองเป๊ก
(เอ้ยเป๊กใช้กับบรั่นชุนนะ) แล้วก็เข้านอน
 
วันที่ 4 ปิ๊กบ้านแล้วเน่อ
       วันนี้เราตื่นนอนตั้งแต่ตี 4 เพราะเสียงของเจ๊คนเจียงใหม่ที่เจอม่ะคืนออกมาตะโกนว่า หมอกจ้าดนัก (ห่ารู้แล้วจะตรูจะนอน) ตะโกนอยู่สองสามครั้งเสียงก็หายไป สงสัย
ถูกถีบตกผาไปแล้ว เราไม่สนใจหรอกนอนต่อสักพัก พอตี 5 เราก็ออกเดินทางไปจุดชมวิวซึ่งความรุ้สึกแรกเราคิดว่าเอาหล่ะวะเห็นทะเลหมอกแน่ๆ แต่ที่ไหนได้พอไปถามเจ้า
หน้าที่เขากลับบอกว่าวันนี้ฟ้าปิดมองไม่เห็นหรอกทะเลหมอก (กำมาตั้ง 800 กว่าโลเพื่อมาดูหมอก) อดเลยเราเลยหันมาถ่ายรูปเล่นสะเลยแล้วก็ขึ้นไปกินกาแฟสดกับแซนวิช
กาแฟชาวเขานี่รสชาติเหมือนใส่พิมเสนลงไป แต่ แซนวิชอร่อยดี จากนั้นเราก็เก็บเต้นท์ แล้วเดินทางกลับกรุงเทพ ตลอดการเดินทางเราฟังเพลง Hip Hop เพื่อปลุกใจ เราเพลง
ของไทยทาเนี่ยมเพลงอะไรนะ ที่บอกว่า พวกเมิงกวนต รีน ยังบอกว่ากรู กวน ต รีน อะไรเนี่ยแหล่ะ เขาขับรถไปเรื่อย ๆ ก็เจอแต่พวกกวน ต รีนเหมือนเพลงเลย
ปล. ดูภาพได้ ที่นี่ครับ
 
 
     
 
Posted in Uncategorized | 6 Comments

การสัมนาที่ชะอำ

   เมื่อวันที่ 16-19 พฤศจิกายน ที่ผ่านเราได้ไปเป็นวิทยากรสัมนาร่วมกับบริษัท Oracle Corp. Thailand โดยหัวข้อคือ การประชุมเชิงปฏิบัติการระบบคลังข้อมูล และ ระบบการค้นหาข้อมูลเชิงวิเคราะห์ซึ่งเรารับหน้าที่เป็นวิทยากรการทำ workshop DataMining ซึ่งใน part แรกเป็นวิทยากรจาก Oracle ซึ่งเขาได้ดึงเอาความสนใจของผู้เข้าร่วมสัมนาไว้ได้ดีมากเลยทำให้เราต้องปรับกลยุทธ์ใหม่โดยตอนแรกว่าจะวิชาการ (ตอนหลังต้องใส่มุขและเปลี่ยนวิธีการใหม่) ซึ่งก็ฮาดีและได้พี่ที่เข้าร่วมสัมนาช่วยทำให้การสัมนายิ่งสนุกและไม่เครียดซึ่ง
ผู้ที่เข้าร่วมสัมนาก็สนุกและยังทำ workshop ได้ดีและถูกต้องอีกด้วยถือว่าเราทำงานได้สำเร็จไปอีกขั้นหนึ่ง อิอิ ขอขอบคุณบริษัท Oracle ที่ให้ความร่วมมือ ขอขอบคุณน้องๆ  และ พี่ๆ
TA ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมสัมนาที่ทำให้งานนี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์
Posted in Uncategorized | Leave a comment

งานลอยกระทง

   ปีนี้ไม่ได้ไปลอยกระทงเพราะเราได้ไปถ่ายภาพพลุแทน ซึ่งเป็นการถ่ายครั้งแรก โอ้ยอาไรกันนี้ควันพรึ่บเลยแล้วเราก็ไม่เคยถ่ายด้วยภาพเลยออกมาอย่างที่เห็นนี้แหละ และต้องขอขอบคุณพี่หนวดใจดีที่แน่นำการกดชัดเตอร์และสอนเทคนิคการถ่ายภาพให้ ดูภาพได้ที่
Posted in Uncategorized | 3 Comments

ปาย เมืองในหุบเขา

ปาย เมืองเล็ก ๆ ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขา สูงตระหง่านเป็นรอยต่อชายแดนไทย-พม่า ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด เมืองเล็กๆแห่งนี้มักปกคลุมด้วยสายหมอก ละอองน้ำจางๆยามเช้า บรรยากาศอันเงียบสงบ ทุ่งนาสีเขียว ท้องฟ้าสีคราม กับแสงแดดอุ่นๆ ที่ทอดผ่านม่านหมอกหนา  แลเห็นต้นสนไม้ยืนต้นเมืองหนาวสูงใหญ่เป็นทิวแถวตามเชิงเขา วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน  ด้วยความเป็นเอกลักษณ์นี้ ปายได้ดึงดูดนักเดินทางรวมทั้งตัวผมเองให้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งนี้ 
ครั้นเมื่อมาถึงที่นี่ครั้งแรก ทำให้ผมย้อนนึกถึงบรรยากาศคล้ายๆ วังเวียงที่ลาวยังไงอย่างนั้นเลยทีเดียว
เดิมที ปาย จะเป็นเพียงทางผ่านของผม ซึ่งเลือกที่จะเดินทางโดยรถยนต์ จากเชียงใหม่ สู่แม่ฮ่องสอน (จริงๆ แล้ว ก็จากกรุงเทพฯ เลยหล่ะครับ) แต่หลังจากที่ได้อ่านหนังสือท่องเที่ยวอยู่หลายเล่ม…อดไม่ได้ครับที่จะต้องแวะพัก 1 คืนสำรวจก่อนผ่านไปเฉยๆ ในครั้งแรก

ปาย ในรอบสองของผมนี้ คือ จุดหมายปลายทาง ตั้งใจจะสำรวจให้ทั่วๆ สักที

               ปายได้รับความนิยมจากนั่งท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งยุโรป ญี่ปุ่น มานานแล้ว  สำหรับคนไทยแล้ว เพิ่งบูม 2 -3 ปีที่ผ่านมา สำหรับปีใหม่ปีนี้ ที่ปายนั่งท่องเที่ยวคงเยอะเป็นพิเศษ ที่พักหลายที่เต็มไปตั้งแต่ เดือนกันยายน แหมก็จิบกาแฟร้อนๆ อ่านหนังสือดีๆสักเล่ม นั่งทอดสายตาไปไกลๆ ท่ามกลางทะเลหมอก คุณอาจได้ไอเดีย ดีๆ กลับมาเริ่มต้นปีใหม่อย่างที่ไม่เคยมาก่อนใครจะรู้ล่ะ

 

เขามาทำอะไรกันที่ปาย
หากเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ล่องแก่งลำน้ำปายน่าจะเป็นกิจกรรมต้นๆ รองลงไปก้อ…ขี่ช้าง เดินป่า ล่องแม่น้ำปาย

 และปั่นจักรยานชมเมืองปาย แช่น้ำแร่ท่ามกลางขุนเขาแห่งธรรมชาติ  แต่สำหรับผม ขอเลือกเที่ยวและถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ดีกว่า

ปั่นจักรยานชมเมืองปาย
เส้นทางปั่นจักรยานสาย เชียงใหม่-แม่มาลัย-ปาย เป็นเส้นทางที่ท้าทายนักปั่นเสือภูเขา เส้นทางคดเคี้ยว เลาะเลี้ยวไปตามหุบเขา สองข้างทางรายล้อมไปด้วยพืชพรรณไม้และป่าเขาลำเนาไพร เขตติดต่อระหว่าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แวะชื่นชมทิวทัศน์อัน สวยงามของทะเลหมอกที่ ห้วยน้ำดัง  จักรยาน จะมาหาเช่าใน อำเภอปาย ก็ได้ ซึ่งก็มีร้านจักรยานให้เช่าแก่นักท่องเที่ยวอยู่หลายร้าน

นั่งช้าง ชมไพรใน อ.ปาย
กิจกรรมที่บริการให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินในการชมธรรมชาติ อีกอย่างหนึ่งคือ นั่งช้าง ท่านสามารถติดต่อบริการนั่งช้างได้ที่ ปางช้างบ้านท่าปาย ใกล้กับท่าปายสปาแค้มปิ้งรีสอร์ท เป็นเส้นทางเดียวกับการไปน้ำพุร้อนบ้านท่าปาย
ค่าบริการนั่งช้าง ชั่วโมงละ 500 บาท นั่งได้สองคนต่อช้าง 1 เชือก

ล่องแก่ง แม่น้ำปาย
แม่น้ำปายเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีต้นกำเนิดมาจากทิวเขาถนนธงชัย และแดนลาว แล้วไหลผ่าน 3 อำเภอในจังหวัดเดียว คือ อ.ปาย-อ.ปางมะผ้า-อ.เมือง ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำสาละวิน แต่ละช่วงมีทิวทัศน์ที่สวยงาม
การล่องแก่งแม่น้ำปาย รวมระยะทางประมาณ 50 กิดลเมตร ความยากของแก่งมีตั้งแต่ระดับ 1-4 ช่วงฤดูฝนอาจจะถึงระดับ 5 ซึ่งมีความยากมาก และระดับน้ำรุนแรง นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติที่สวยงามและความสนุกสนานตลอดสายน้ำ เช่น เล่นน้ำตกซู่ซ่า ผจญภัยแช่ตัวในบ่อดคลน กระโดดหน้าผาสูง ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการล่องแก่ง คือ เดือนมิถุนายน-กุมภาพันธ์ของทุกปี การล่องแก่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่น

ล่องแพยาง
อำเภอปาย นับว่าเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้ริเริ่มกิจกรรมนี้ การล่องแพยางไปตามสายน้ำ แม่น้ำปาย เป็นแม่น้ำที่มีเกาะแก่งมากที่สุดและสวยงาม มาก เป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเมืองนี้มักจะไม่พลาด การล่องแพท่านสามารถเลือกได้ ในโปรแกรม 1 วัน หรือ 2 วัน โดยส่วนใหญ่โปรแกรมการล่องแก่งจะไปเริ่มที่ลำน้ำของ ในเขต อ.ปางมะผ้า และไปสิ้นสุดที่ลำน้ำปายในพื้นที่ของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ น้ำตกแม่สุรินทร์ บ้านปางหมู อ.เมือง แม่ฮ่องสอน ในระหว่างการล่องแก่งท่านจะได้พบกับความสนุกตื่นเต้น การตั้งแค้มป์ในป่า การแช่โคลนจากบ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติ เพื่อผิวพรรณเปล่งปลั่ง กิจกรรมการล่องแก่ง จะมีในช่วงเดือน ต้นเดือนมิถุนายนและไปสิ้นสุดในเดือนกุมภาพันธ์ของปีต่อไป ในช่วงถดูแล้งน้ำน้อยจะไม่สามารถล่องแก่งได้ ก่อนการล่องแพท่านจะได้รับการฝึกการพายเรือ และการแนะนำ วิธีการปฏิบัติในการพายแพยางอย่างละเอียดจากผู้คัดท้ายเรือ หรือที่เรียกว่า กัปตัน การล่องแพควรจะนัดแนะกับเพื่อนเพราะแพยางลำหนึ่งต้องมีผู้ร่วมพายอย่างน้อย 4 คน
 

—————————————

 น้ำพุร้อนปาย

อยู่ในป่าแม่ปายฝั่งซ้ายตอนบนท้องที่ตำบลแม่ฮี้ โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1095 (ปาย-แม่มาลัย) ข้ามสะพานแม่น้ำปายถึงบริเวณหลักกม.ที่ 87-88 แยกซ้ายเข้าไปอีก 2 กม. ตามทางเข้าบ้านท่าปาย เป็นทางราดยางตลอดทั้งสาย สภาพของโป่งน้ำร้อนเป็นบ่อน้ำร้อนน้ำกำลังเดือนเป็นฟองๆ และมีหมอกควันปกคลุมพื้นที่ พร้อมทั้งมีน้ำร้อนไหลเรื่อยๆ ทั่วบริเวณกว้างมีบ่อใหญ่สองบ่อ นอกนั้นมีลักษณะเป็นน้ำผุดบางจุดความร้อนประมาณ 80 องศาเซลเซียส และรอบๆ โป่งร้อนเป็นไม้สักที่สมบูรณ์มาก
ทุกวันจะมีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะวันหยุด เสาร์อาทิตย์ จะมีคนมาเที่ยวที่นี่มาก นอกจากการอาบน้ำแร่ จะเป็นผลดีต่อสุขภาพแล้ว หลายคนที่มาแช่น้ำพุร้อนเชื่อกันว่าจะทำให้โรคภัยไข้เจ็บบางอย่างหายหรืออาการดีขึ้นอีกด้วย

Posted in Uncategorized | Leave a comment